ภาพวาดการ์ตูนสะท้อนสังคม

การ์ตูน (Cartoon)

การ์ตูน (Cartoon)  เป็นภาษาภาพอย่างหนึ่งที่สามารถสื่อสารความคิด ความรู้สึก ผ่านตัวแสดงที่เรียกว่าตัวการ์ตูนให้ผู้ดูรับรู้ แต่เดิมการ์ตูนเริ่มต้นที่ยุโรป ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 13 มีความหมายดั้งเดิม คือ ภาพร่างต้นแบบบนกระดาษสำหรับออกแบบเพื่อนำไปใช้กับภาพฝาผนัง หรืองานศิลปะที่สำคัญอย่างอื่น แต่ปัจจุบันความหมายของการ์ตูนได้เปลี่ยนไป เป็นภาพล้อบุคคลหรือเรื่องราวที่ทำให้ขัน โดยการเปลี่ยนลักษณะบางอย่างให้เกินความจริง มีการเดินเรื่องเป็นช่องสี่เหลี่ยม และใส่คำพูดประกอบเป็นนิยายภาพ เน้นการ์ตูนแนวขำขันล้อเลียนการเมืองเป็นหลัก ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สังคมเริ่มมีปัญหา ทางเศรษฐกิจ เรื่องของการ์ตูนจึงเน้นแนวซุปเปอร์ฮีโร่อย่างซุปเปอร์แมน ซึ่งเป็นที่นิยมอ่านกันอย่างแพร่หลาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ปัจจุบันการ์ตูนมีหลากหลายแนวมากขึ้น เช่น การ์ตูนแปลงจากวรรณคดี บุคคลสำคัญ รวมถึงการ์ตูนจากพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก และคุณทองแดง เนื่องจากการ์ตูนคือภาพที่ผู้ดูสามารถจะตีความหมายได้จากสัญลักษณ์ที่มีอยู่ เกี่ยวกับเหตุการณ์ ตัวบุคคล หรือสถานการณ์ต่างๆ กันได้ทันที นักการศึกษาจึงใช้ภาพการ์ตูนประกอบการเรียนการสอนสำหรับเด็กและเยาวชน สร้างเนื้อหาให้ตอบสนองความต้องการของเด็กในด้านการผจญภัย เนื้อเรื่องจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แต่ละตอนสั้นกะทัดรัด อ่านง่าย สามารถเข้าใจเนื้อหาได้โดยการดูรูปภาพ ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ เพิ่มทักษะการอ่านไปได้ในตัว ความหมายของการ์ตูน การ์ตูน คือ ภาพวาดที่มีลักษณะง่ายๆ ไม่เหมือนจริง ทั้งภาพคน ภาพสัตว์ และสิ่งของ เป็นสัญลักษณ์ที่มีจุดมุ่งหมายในการแสดงออกซึ่งความตลกขบขัน ล้อเลียน เสียดสีการเมืองและสังคมตลอดจนใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์…

วิธีการเก็บเงินให้สำเร็จมีเงินอยู่มือ

หลายคนที่คิดว่าอยากจะเก็บเงิน หรือมีเงินเก็บบ้าง แต่ก็ใช้จนหมดทุกทีไป หรือเก็บไม่สำเร็จนั่นเอง วันนี้เราก็มีวิธีการเก็บเงินให้สำเร็จมาฝากกันค่ะ อนาคตจะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น จะทำได้อย่างไรนั้นไปดูกันค่ะ 1 เปิดบัญชีเงินฝากประจำ การฝากประจำจะเป็นตัวช่วยบังคับเรื่องการใช้จ่ายได้ จะไดมีเงินเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน 2 ทำบัญชีรายรับ รายจ่าย จะช่วยให้รู้ว่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ อะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้มองเห็นได้ว่าในแต่ละเดือนที่เราใช้เงินไปนั้นเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่ และจะช่วยให้เราใช้จ่ายได้อย่างประหยัดขึ้น 3 แบ่งเงินสำหรับของไม่จำเป็น ถ้าหากคิดว่าอยากได้มากแม้จะรู้ว่าไม่ใช่ของจำเป็นก็ให้แบ่งเงินประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของรายรับ สะสมจนครบแล้วจึงค่อยซื้อของสิ่งนั้น อย่านำเงินที่จำเป็นต้องใช้หรือเงินเก็บไปซื้อ 4 อย่าเก็บเงินพิเศษในกระเป๋าสตางค์ เพราะอาจจะใช้จนหมดโดยไม่รู้ตัว หากได้เงินพิเศษมาให้จดในบัญชีรายรับรายจ่าย และเก็บเงินนั้นไว้เผื่อในยามฉุกเฉิน ทั้งนี้จะต้องมีความตั้งใจจริงที่จะเก็บ และอย่าชักเข้าชักออก เพราะจะทำให้นำเงินไปใช้จนหมดไม่มีเหลือเก็บได้ค่ะ