จัดอันดับรถยนต์ที่มียอดขายดีที่สุดทั่วโลก

ช่วงนี้หลายคนก็คงจะสังเกตเห็นกันว่าบนท้องถนนประเทศไทยนั้น เต็มไปด้วยรถป้ายแดง มากมายหลากหลายยี่ห้อ เนื่องมาจากโครงการรถคันแรกของรัฐบาลที่จัดขึ้นในปีที่แล้วนี้นั่นเอง และนอกจากนี้ตลาดรถยนต์ก็ได้มีการผลิตรถรุ่นใหม่ที่เพิ่มความน่าสนใจ ทันสมัยอยู่อย่างเสมอ ทำให้หลายคนอดใจไม่ไหว ต้องซื้อคันใหม่มาลองขับขี่กันดูบ้าง และหลายคนก็คงจะอยากรู้กันอยู่ใช่ไหมล่ะคะว่ารถยนต์รุ่นไหน ของค่ายอะไร จะมียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเครื่องการันตีได้ว่าเป็นรถยอดนิยมตัวจริง วันนี้เราจึงมีอันดับรถยนต์ยอดขายดีที่สุดในโลกมาฝากกันค่ะ ใครจะอยู่ที่อับดับไหนนั้นไปดูกันเลยค่ะ         อันดับ 1 Ford Focus เป็นรถยนต์ 5 ประตู เครื่องยนต์เบนซินมาพร้อมกับระบบอัจฉริยะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยจอด ระบบความปลอดภัย ระบบเกียร์อัตโนมัติ PowerShift 6 จังหวะ จัดหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 759,000 บาท และมียอดจำหน่ายทั่วโลกจำนวน 1,020,410 คัน อันดับ 2 Toyota Corolla เป็นรถซีดาน 4 ประตูที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในประเทศไทย จะสามารถพบเห็นได้บ่อยมาก รวมไปถึงรถแท็กซี่ก็มักจะใช้รถรุ่นนี้มาทำ นอกจากนี้ยังพยายามพัฒนาระบบให้รับกับกระแสรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย จึงเป็นที่น่าสนใจมาก และสามารถทำยอดจำหน่ายทั่วโลกได้ถึง 872,774 คัน อันดับ 3 Ford F-Series เป็นรถกระบะ ที่มีเครื่องยนต์ใหญ่…

ป้ายทะเบียนรถแต่ละสีบ่งบอกอะไร

สีของป้ายทะเบียนรถที่แตกต่างกันนั้น ก็มีความหมายที่แตกต่างกันด้วยนะคะ หลายคนอาจจะเคยสังเกตเห็นว่ามีรถบางคันที่มีพื้นป้ายทะเบียนสีต่างกัน เช่น ขาว เหลือง เขียว และแต่ละแบบมีความหมายอย่างไร เราไปดูกันค่ะ 1 ป้ายทะเบียนสีขาวสะท้อนแสงตัวอักษรสีดำ หมายถึง รถยนต์ส่วนบุคคลที่ไม่เกิน 7 ที่นั่ง, รถจักรยานยนต์บุคคล 2 ป้ายทะเบียนสีขาวสะท้อนแสงตัวอักษรสีน้ำเงิน หมายถึง รถยนต์ส่วนบุคคลที่เกิน 7 ที่นั่ง 3 ป้ายทะเบียนสีขาวสะท้อนแสงตัวอักษรสีเขียว หมายถึง รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล 4 ป้ายทะเบียนสีเหลืองสะท้อนแสงตัวอักษรสีดำ หมายถึง รถยนต์รับจ้างที่บรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คน, รถจักรยานยนต์รับจ้าง 5 ป้ายทะเบียนสีเหลืองสะท้อนแสงตัวอักษรสีแดง หมายถึง รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด 6 ป้ายทะเบียนสีเหลืองสะท้อนแสงตัวอักษรสีน้ำเงิน หมายถึง รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง 7 ป้ายทะเบียนสีเหลืองสะท้อนแสงตัวอักษรสีเขียว หมายถึง รถสามล้อรับจ้าง 8 ป้ายทะเบียนสีเขียวสะท้อนแสงตัวอักษรสีขาว หมายถึง รถยนต์ประเภทที่ไว้ให้เช่าหรือรถสำหรับบริการทัศนาจรหรือเพื่อธุรกิจอื่น ๆ 9 ป้ายทะเบียนสีส้มสะท้อนแสงตัวอักษรสีดำ หมายถึง รถพ่วง รถบดถนน…

ขับรถอย่างไรให้ประหยัดน้ำมันมากที่สุด

ยุคน้ำมันแพงแบบนี้ การจะใช้น้ำมันนั้นจึงควรให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่าปล่อยให้เสียน้ำมันไปโดยเปล่าประโยชน์ หรือโดยไม่จำเป็น เพราะคงไม่ดีเลยหากต้องเติมน้ำมันบ่อยๆ ในขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทุกวันแบบนี้ วันนี้เราจึงมีวิธีการขับรถให้ประหยัดน้ำมันที่สุดมากฝากกันค่ะ จะต้องขับอย่างไรไปดูกันค่ะ 1 ไม่ต้องอุ่นเครื่อง รถยนต์สมัยนี้ไม่จำเป็นต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องแล้วค่ะ แต่ให้ขับเคลื่อนรถออกไปช้าๆ ก็จะเป็นการอุ่นเครื่องได้อย่างรวดเร็วแล้วล่ะค่ะ 2 อย่าเบรกบ่อยๆ การเบรกบ่อยๆ มีผลต่อการกินน้ำมัน แต่ให้มองและกะระยะไกล ปล่อยคันเร่งให้รถไหลแต่อย่าเพิ่งเหยียบเบรกโดยไม่จำเป็น เพราะหากเหยียบเบรก เหยียบคันเร่งบ่อยๆ จะทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น 3 ขับด้วยความเร็วคงที่ การเหยียบคันเร่งแบบย้ำๆ หรือเร่งแล้วผ่อน แล้วเร่งอีกแบบนี้จะเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมัน แต่ให้ขับต่อเนื่องไปด้วยความเร็วคงที่จะประหยัดน้ำมันมากกว่า อย่างเช่น การวิ่งรถในยานชานเมืองที่ความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าเป็นจุดที่ให้ความประหยัดมากที่สุด 4 ลดการเปิดแอร์ หากขับรถในตอนที่มีอากาศเย็น สบายอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ เพราะการปิดแอร์เพียงแค่ 30 นาทีก็สามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 10-15 % เลยทีเดียวค่ะ

eco car รถเล็กสุดประหยัดกำลังได้รับความนิยมสูง

eco car ย่อมาจาก Ecology Car หรืออีกชื่ออย่างเป็นทางการ คือ รถยนต์นั่งประหยัดพลังงาน ตามมาตรฐานสากลมีความปลอดภัยสูง เป็นรถที่กำลังได้รับความนิยมสูงอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นการตอบรับที่ดีมาก รถยนต์ eco car นั้นต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1 ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่เกิน 5 ลิตร/100 กิโลเมตร หรือ 20 กิโลเมตร/ลิตร 2 รักษาสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานยูโร 4 ปล่อย Co2 น้อยกว่า 120 กรัม/1 กิโลเมตร 3 ความปลอดภัยระดับสูง มาตรฐาน UNECE 94, 95 ปลอดภัยจากการชนด้านหน้า+ด้านข้าง 4 ความคล่องตัวเครื่องยนต์ไม่เกิน 1300ซีซี สำหรับเครื่องเบนซิน และไม่เกิน 1400ซีซี สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล eco car เป็นรถยนต์เล็กที่เหมาะกับคนเมือง เนื่องจากมีขนาดเล็ก กะทัดรัด คล่องตัว และประหยัดพลังงาน…

เทคนิคการขับรถถอยหลังอย่างง่ายๆ

ทุกวันนี้มีหลายคนที่ขับรถเป็น แต่เมื่อให้ขับถอยหลังอาจจะไม่ถนัด ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย อย่าคิดว่าไม่สำคัญนะคะ เพราะบางครั้งก็มีเหตุจำเป็นให้ต้องขับรถถอยหลัง ดังนั้นจึงต้องหัดถอยหลังให้คล่องด้วย วันนี้เราจึงขอเสนอเทคนิคง่ายๆในการขับรถถอยหลังค่ะ เริ่มจากต้องถอยหลังอย่างช้าๆ เพื่อให้สามารถบังคับพวงมาลัยได้ง่าย และควรหมุนพวงมาลัยขณะรถเคลื่อนที่ช้าๆ จะได้ไม่เกิดแรงต้านระหว่างพื้นถนนกับล้อรถ หลักการถอยหลังมีอยู่ว่าถ้าต้องการให้ท้ายของรถยนต์หันไปทางใด ก็ให้หมุนพวงมาลัยไปทางนั้น และการเอี้ยวตัวไปทางซ้ายใช้แขนซ้ายอ้อมไปจับด้านหลังของเบาะคู่หน้า ใช้มือขวาควบคุมพวงมาลัย วิธีนี้จะช่วยให้สามารถมองเห็นข้างหลังได้ถนัดขึ้น และจะต้องสังเกต กะระยะทั้งด้านหน้า-หลัง ซ้าย-ขวา ว่าพ้นระยะในการหักวงเลี้ยวของรถหรือไม่

ตรวจสภาพรถฟรีได้ที่ขนส่งทั่วประเทศ เริ่ม 4 มีนาคมนี้

บริการตรวจเช็คความพร้อมของรถเบื้องต้นก่อนการเดินทางถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และจะไม่เกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางไกล และช่วงก่อนสงกรานต์ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีอีกช่วงหนึ่งที่ควรจะตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง และในปีนี้กรมการขนส่งทางบก ก็ได้เปิดให้บริการตรวจสภาพรถเบื้องต้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ฟรีอีกด้วยค่ะ การตรวจสภาพรถฟรีของกรมการขนส่งนั้น จัดขึ้นโดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า ตรวจรถก่อนใช้ปลอดภัยแน่นอน และได้จัดขึ้นที่กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 – 4 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ หากใครสนใจก็สามารถไปรับบริการได้ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม – 10 เมษายน 2556 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ กิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่าพลาดหาโอกาสไปรับบริการด้วยนะคะ เพื่อการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ด้วยนะคะ

Motor Show 2013 เริ่มจัดเมื่อไหร่ที่ไหน

วันนี้เอาใจคนรักรถ และคนที่กำลังคนที่กำลังมองหารถใหม่ ที่อยากได้โปรโมชั่นพิเศษในงาน Motor Show 2013 หรืออยากจะดูนวัตกรรมรถยนต์แบบใหม่ๆ และรอว่าเมื่อไหร่จะมีงาน Motor Show 2013 สักที ปีนี้เราขอบอกว่าหลายค่ายรถยนต์เค้าพากันจัดเต็มอย่างแน่นอน คุณจะได้พบกับมหกรรมยานยนต์ “มอเตอร์โชว์ 2556 ครั้งที่ 34” (The 34th Bangkok International MOTOR SHOW) ในปลายเดือนมีนาคม 2556 นี้ค่ะ ซึ่งปีนี้จัดงานรวม 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. – 7 เม.ย.56 กันเลยทีเดียว ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี คนรักรถทั้งหลายและคนที่กำลังมองหารถใหม่เตรียมตัวกันให้พร้อม รวมไปถึงตากล้องที่จะไปกดชัตเตอร์ภาพรถและสาวๆ พริตตี้ด้วยนะคะ รับรองว่างานนี้คัดมาอย่างดีเลยล่ะค่ะ เวลาเปิด-ปิดงานวันธรรมดาเวลา 12.00 – 22.00 น. ส่วนวันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดราชการเวลา 11.00…