สุขภาพ

CFS (Chronic fatigue syndrome)โรคอ่อนเพลียเรื้อรังกำลังแพร่ระบาดในผู้หญิงวัยทำงาน

CFS ย่อมาจาก Chronic fatigue syndrome “โครนิค ฟาทีคซินโดรม” หมายถึง โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง ซึ่งมักจะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทำงานในช่วงอายุ 25-45 ปี สาเหตุการเกิดโรคยังไม่แน่ชัด แต่เชื่อว่ามีผลมาจากระบบประสาทที่ทำงานผิดปกติเนื่องจากขาดสารอาหารที่จำเป็น และพฤติกรรมผิดๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ, การรับประทานน้ำตาลมากเกินความจำเป็นของร่างกาย, การดื่มสุรา หรือแม้แต่ความเคร่งเครียด มากเกินไป ก็เป็นสาเหตุให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน

อาการของโรค

ผู้ป่วยจะมีอาการอาการนอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวนง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ซึมเศร้า ฟุ้งซ่าน ขาดสมาธิ นอนไม่หลับ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อและปวดตามข้อ ระบบขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะผิดปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้จะเป็นอยู่ตลอดเวลา

การป้องกัน

1. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป และไม่ควรเติมน้ำตาลเพิ่มในอาหาร รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีไขมันมากเกินไปด้วย

2. ทำอารมณ์ให้เป็นปกติ ไม่ควรเครียดมากเกินไปหาเวลาผ่อนคลายบ้าง และควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองในขณะที่นอนหลับ

3. บริโภคอาหารที่มีโปรตีน เนื่องจากการขาดโปรตีนจะส่งผลให้เหนื่อยล้า หดหู่ และอ่อนเพลียมากขึ้น

4. ทานวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบี และวิตามินซี เนื่องจากการขาดวิตามิน บี จะทำให้นอนไม่หลับ ซึม เฉื่อยชา ไม่มีสมาธิ ส่วนวิตามินซี จะช่วยให้ ร่างกายมีความสดชื่น แจ่มใจ ซึ่งเป็นสารอาหารที่สามารถทำให้อารมณ์ดีได้

5. บริโภคอาหารที่ธาตุเหล็กและแมกนีเซียม ซึ่งการขาดธาตุเหล็กและแมกนีเซียมจะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อขาดออกซิเจน ทำให้เกิดอาการหดหู่ หมดแรง อยากร้องไห้ ไม่มีสมาธิได้

Leave a Reply