ความหมายและขอบข่ายของทัศนศิลป์

ทัศนศิลป์ทัศนศิลป์ มีความหมายตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า Visual Art หมายถึง ศิลปะที่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทตา โดยการมองเห็นมิติที่มีความกว้าง ยาว สูง หรือความหนา สัมผัสจับต้องได้ ใช้กระบวนการถ่ายทอดผลงานโดยใช้จินตนาการสร้างความคิดสร้างสรรค์อย่างมีระบบ มีความสวยงาม ก่อให้เกิดความพึงพอใจ ต่อจิตใจและอารมณ์ของมนุษย์ ได้แก่ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ งานปั้น แกะสลักและสิ่งก่อสร้าง

ทัศนศิลป์ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามสื่อวัสดุที่ใช้ในการสร้างงาน ได้แก่ จิตรกรรม ภาพพิมพ์ ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม

จิตรกรรมจิตรกรรม (Painting) หมายถึง การวาดภาพ ขูด ขีด เขียน และระบาย ลงบนพื้นวัสดุ ได้แก่ กระดาษ ผ้า ผนังปูน แผ่นไม้ แผ่นหิน หรือวัสดุอื่นๆ เป็นการถ่ายทอดความงามและความรู้สึกนึกคิดลงบนพื้น เกิดเป็นภาพ 2 มิติ คือ มีความกว้างและความยาว แสดงเป็นสัญลักษณ์ หรือเรื่องราวตามความคิดของผู้วาด โดยใช้เส้น รูปร่าง รูปทรง สี แสง เงา สร้างให้เกิดภาพลวงตา มีระยะใกล้-ไกล ความตื้น-ลึก มองเห็นเป็นภาพ 3 มิติ

ภาพพิมพ์ภาพพิมพ์ (Printing making) หมายถึง การสร้างงานที่ต้องอาศัยแม่พิมพ์ที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคต่างๆ เป็นต้นแบบสร้างงานที่มีลักษณะเหมือนแม่พิมพ์ได้หลายชิ้น เป็นภาพ 2 มิติ คือมีความกว้างและความยาว แสดงเป็นสัญลักษณ์เรื่องราวตามความคิดของผู้วาด โดยใช้เส้น รูปร่าง รูปทรง สี แสง เงา สร้างให้เกิดภาพลวงตา มีระยะใกล้-ไกล ความตื้น-ลึก มองเห็นเป็นภาพ 3 มิติ เช่นเดียวกับงานจิตรกรรม

ประติมากรรมประติมากรรม (Sculpture) หมายถึง การปั้น แกะสลัก หรือหล่อขึ้นเป็นรูปทรง 3 มิติ เป็นการถ่ายทอดความงามและความรู้สึกนึกคิดเป็นรูปร่าง รูปทรง จากวัสดุต่างๆ ด้วยการปั้นหรือแกะสลัก เช่น ขี้ผึ้ง ดินน้ำมัน ดินเหนียว ปูนปลาสเตอร์ ไม้ หิน เป็นต้น หรือการหล่อ เชื่อม ปะติดด้วยแผ่นโลหะเป็นรูปทรงต่างๆ รูปปั้น แกะสลักและรูปหล่อทั่วๆ ไป เรียกว่า ประติมากรรม ส่วนรูปปั้น แกะสลักและรูปหล่อที่เกี่ยวกับศาสนา เช่น พระพุทธรูป เรียกว่า “ปฏิมากรรม” ผู้สร้างสรรค์งานประติมากรรม เรียกว่า “ประติมากร”

สถาปัตยกรรมสถาปัตยกรรม (Architecther) หมายถึง สิ่งก่อสร้างทั้งหลายที่ใช้ศิลปะและวิทยาการการก่อสร้างที่สนองความต้องการทางด้านร่างกายของมนุษย์ในเรื่องประโยชน์ใช้สอยและความต้องการด้านความเชื่อ ซึ่งมีรูปแบบที่แสดงเอกลักษณ์ของสังคมนั้นๆ ได้แก่ บ้านเรือนที่พักอาศัย อาคารที่เกี่ยวกับความเชื่อ ความศรัทธาและศาสนา คือ วัด มณฑป ปราสาทราชวัง อาคาร สะพาน รวมถึงการออกแบบผังเมือง และออกแบบตกแต่งบริเวณ (ภูมิสถาปัตย์) ความงามในงานสถาปัตยกรรมจะอยู่ที่สัดส่วนขององค์ประกอบที่สัมพันธ์กันของส่วนต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก ความมั่นคง แข็งแรง และประโยชน์ใช้สอย

ที่มา : หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ทัศนศิลป์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

1,000 SOOK ฟู๊ด แอนด์ ฟาร์ม สถานที่เที่ยวแห่งใหม่ในชะอำ

1,000 SOOK ฟู๊ด แอนด์ ฟาร์มพันธ์สุข ฟู๊ด แอนด์ ฟาร์ม ชะอำ (1000 sook food & farm Cha-Am)  เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชะอำ เหมาะสำหรับคนที่รักการถ่ายภาพ  เพราะที่นี่พันธ์สุข ฟู๊ด แอนด์ ฟาร์ม (1000Sook Food and Farm) มีอาคารสวยๆ  ตกแต่งสไตล์อเมริกัน-อิงลิชคันทรี่ ด้วยสีสันที่โดดเด่น สังเกตเห็นได้ง่าย

ที่ “พันธ์สุข ฟู๊ด แอนด์ ฟาร์ม” นั้นแบ่งเป็นโซนหลักๆ ได้ทั้งหมด 3 โซนได้แก่

1,000 SOOK ฟู๊ด แอนด์ ฟาร์ม1.  ร้านขนมของฝากพันธ์สุข เป็นอาคารสีครีมคลาสสิค ซึ่งด้านในเป็นร้านขนม ของที่ระลึกและของฝากมากมาย ซึ่งมีของกินของใช้ ให้ซื้อหาไปเป็นของฝาก  โดยเฉพาะขนมขึ้นชื่ออย่าง ขนมหม้อแกง ขนมฝอยทองแพ  และขนมทองหยอด ซึ่งมีให้ชิมกันแบบสดๆ  ร้อนๆเลยทีเดียว หรือแม้แต่ของตกแต่งบ้าน สำหรับซื้อไปเป็นของฝาก ก็มีอยู่ในโซนนี้เช่นกัน

1,000 SOOK ฟู๊ด แอนด์ ฟาร์ม2.  ร้านพันธ์สุขสเต็ก แอนด์ เรสเตอร์รอง ตัวของร้านอาหารนั้นบรรยากาศเปิดโล่ง มองเห็นทุ่งหญ้าและฟาร์มแกะ มีที่ให้เลือกนั่งทั้งด้านนอกและด้านในร้าน เลือกนั่งตามถนัด  เป็นร้านสเต็กที่มีอาหารหลายอย่างให้ลองรับประทานไม่ว่าจะเป็น สเต็กพอร์คช้อปผักโขมอบชีส, สเต็กแซลมอนซอสพริกขี้หนูพันธ์สุข ใครที่กำลังหิวๆ แวะมาที่นี่รับรองว่าอิ่มอร่อยสบายท้องกันอย่างแน่นอน และราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด

1,000 SOOK ฟู๊ด แอนด์ ฟาร์ม3.  พันธ์สุขฟาร์ม เป็นโซนสำหรับเลี้ยงและให้อาหารสัตว์ที่น่ารัก  พร้อมถ่ายภาพสวยๆ  โดยที่นี่มีแกะจากนิวซีแลนด์เป็นพระเอกของงาน นอกจากนี้ยังมีกระต่าย, ม้าแคระโพนี  และสัตว์เลี้ยงน่ารักอีกมากมาย  แต่สำหรับโซนนี้มีการเก็บค่าเข้านิดหน่อย  ตามนี้

– ผู้ใหญ่ (Adult) 50 บาท THB

– เด็ก (Children) 30 บาท THB

เด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 110 ซม. เข้าฟรี ส่วนของหางบัตรสามารถนำมาแลกนมหรือหญ้าเลี้ยงม้าแคระและแกะฟรี พิเศษทุกๆ 500 บาทที่ท่านได้ใช้จ่ายในร้านพันธ์สุขสเต็ก แอนด์ เรสเตอร์รอง หรือซื้อขนมของฝาก รับฟรีบัตรเข้าฟาร์ม 1 ใบ

1,000 SOOK ฟู๊ด แอนด์ ฟาร์ม

รับรองว่าเข้ามาที่นี่แล้วคุ้มค่าจริงๆ โดยเฉพาะคนที่รักการถ่ายรูป  เพราะที่นี่มีมุมสวยๆ เพื่อให้ได้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน อัดแน่นด้วยพร็อพถ่ายภาพสวยๆ อย่างมากมายเลยทีเดียว

ลักษณะหินสี หรือหินนำโชค

หินสี หรือหินนำโชค ที่เป็นที่รู้จักและนิยมโดยทั่วไป มีหลากหลายสี  มีชื่อว่าอะไรกันบ้างและสามารถเสริมดวงด้านใดบ้างมาดูกันค่ะ

เทอร์ควอยซ์ Turquoiseเทอร์ควอยซ์ Turquoise  เป็นหินสีเขียวไข่กาหรือสีน้ำทะเล มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หินมูลนกการเวก เป็นตัวแทนของพลังอำนาจ ช่วยเสริมพลังอำนาจบารมีทั้งชาย และหญิง ส่งพลังให้ลูกน้องบริวารจะจงรักภักดีมีความซื่อสัตย์ และความศักดิ์สิทธิ์ แคล้วคลาดปลอดภัย มีชัยชนะเหนือศัตรู เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องเดินทางไกลบ่อยครั้ง และมีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรค

หินซุปเปอร์ 7หินซุปเปอร์ 7 เป็นหินทีประกอบไปด้วยแร่ 7 ชนิดในเนื้อหินเดียวกัน ประกอบด้วย

อเมทิสต์ Amethyst อัญมณีตระกูลควอตส์ที่สีม่วง หรือที่เรียกกันว่า พลอยสีดอกตะแบก เป็นสัญลักษณ์ของความจริงใจและความมั่นคงทางจิตใจ ส่งเสริมในเรื่องการตัดสินใจที่ดี ช่วยกระตุ้นหรือรักษาความทรงจำที่สำคัญ ช่วยให้ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายต่างๆ ได้อย่างราบรื่น และการผ่านพ้นจากสิ่งลุ่มหลงมัวเมา มนต์ดำต่างๆ

สโมกี้ควอตซ์ Smoky Quartz เป็นควอตซ์ใสมีไอเหมือนควันสีน้ำตาลอมเหลืองปนอยู่ในเนื้อหิน มีพลังบำบัดกับจิตใจสูงมาก ช่วยจัดระบบระเบียบวิธีคิดเสียใหม่ เปิดเผยจิตใจของตัวเอง และทำความเข้าใจกับตัวเองมากขึ้น เน้นความคิดสร้างสรรค์ ความเฉียบแหลมทางธุรกิจ และผ่อนคลายความเครียดในระดับจิตใต้สำนึก

คริสตัลควอตซ์ใส Crystal Quartz  หินสีขาวใส คนโบราณเรียก เขี้ยวหนุมาน หรือกระจกแม่มด มีคุณสมบัติเสริมสร้างพลังงาน การสื่อสาร ทักษะการฟัง และให้พลังงานใสกระจ่างแก่สติปัญญา ใช้ร่วมกับการนั่งสมาธิ,เปิดสติแห่งการรับรู้,ขจัดพลังด้านลบ และเสริมอำนาจบารมี

คาโคซีไนท์ Cacoxenite  หินที่เป็นสีเข้มสีทอง ช่วยเปิดทางให้กับดวงจิตให้ใสกระจ่าง ส่งเสริมความคิดใหม่ๆ เพิ่มพูนความเข้าใจต่อเรื่องต่างๆ รอบตัว และให้ความรู้สึกเชิงบวก การให้และรับความเมตตา

เกอไทท์ Goethite หินสีเหลือง จนถึงน้ำตาลเข้ม ช่วยในเรื่องอำนวยความสะดวกในการสื่อสารการกระตุ้น ขยายทักษะความสามารถ และยังมีพลังลดความว้าวุ่นใจ สร้างสมาธิให้รวดเร็วและแจ่มชัดในยามต้องการ

เลพิโดโครไซต์ Lepidocrocite ให้แรงบันดาลใจในการแสวงหาความรู้ทางปัญญา ส่งเสริมความคิดที่ชัดเจน ให้โอกาสทางการศึกษา หรือเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ในทุกมิติ ที่จะเป็นประโยชน์สำหรับชีวิตผู้ครอบครอง

รูไทล์ Rutile หินสีแดง สีทองแดง ช่วยพัฒนาร่างกายและจิตวิญญาณ มอบความแข็งแรงและการเติบโตที่มั่นคง ให้ความสมดุลแก่จิตใจ ให้โชคเรื่องความรัก และปัดเป่าโชคร้าย ผ่อนหนักเป็นเบายามเกิดคราวเคราะห์

มูนสโตน Moonstoneมูนสโตน Moonstone หรือ มุกดาหาร มีสีผสมหลายสี โดยมากจะเป็นไม่มีสีไปจนถึงสีขาว,เทา,น้ำตาล,เหลือง,ส้ม,เขียว หรือ ชมพู  เป็นหินที่มีความโดดเด่นในเรื่องเสริมดวงความรักให้สดใสราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นความไม่เข้าใจกัน ความเหินห่างในชีวิตคู่

ไคยาไนท์ Kyaniteไคยาไนท์ Kyanite  หินมงคลนำโชคสีน้ำเงิน – สีน้ำเงินอ่อน ที่ช่วยส่งเสริมในเรื่องสติและปัญญา เหมาะกับนักเรียนนักศึกษา และผู้บริหารเจ้าของธุรกิจที่มีความรับผิดชอบสูง และคนที่มีผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกน้องทำให้เรามีความสามารถหลายด้าน และทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกันกลายเป็นคนที่เก่งและมีความสามารถในสายตาผู้ที่พบเห็น

ลาริมาร์ Larimarลาริมาร์ Larimar หินสีฟ้าลายน้ำทะเล หินมงคลนำโชคที่เสริมด้านความสงบสุขของจิตใจ นำพาความสงบสุขมาสู่ผู้ที่ครอบครอง และพลังงานนี้ยังส่งผลช่วยลบเรื่องแย่ๆ ด้านลบๆ ออกจากจิตใจ นำความรัก และสันติสุขมาให้ ขจัดความแค้นเคือง ความเศร้าโศก เสียใจ

แบริล Berylแบริล Beryl หินสีลูกกวาด เป็นหินเกี่ยวกับความรักทั้งหมดมารวมกัน เหมาะสำหรับคนที่จะเสริมเรื่องความรักโดยเฉพาะ และยังเป็นหินมงคลนำโชคที่ช่วยเสริมพลังเสริมด้านความคิด ความรู้ ความฉลาดปราดเปรื่องทางด้านความคิด ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความมุ่งมั่นอีกด้วย

ซูกิไลต์ Sugiliteซูกิไลต์ Sugilite  หินสีม่วงบานเย็นมีระดับความเข้มอ่อนของสีสวยงามแตกต่างกันไป  เป็นหินมงคลนำโชคเสริมดวง เพิ่มพลังความสมดุลของร่างกายและจิตใจ ช่วยกำจัด ความไม่มั่นใจในตนเอง เสริมสร้างความคิดริเริ่ม ทำให้มีสมาธิและมีความจำที่ดีขึ้น

ไหม 5 สี Rutilated Quartzไหม 5 สี Rutilated Quartz หรือ “ราชาความมั่งคั่งและร่ำรวย” เสริมโชคลาภ เงินทอง อำนาจ บารมีต่างๆ พร้อมทั้งยังป้องกันอันตรายทั้งปวง ประกอบไปด้วย

1. ไหมทอง Gold Rutilated Quartz นำพาความมั่งคั่งร่ำรวย และทรัพย์สินและโชคลาภ อำนาจบารมีมาสู่ผู้เป็นเจ้าของ

2. ไหมเงิน Silver Rutilated Quartz เรียกเงินเรียกทองให้กับผู้เป็นเจ้าของ เพียงแต่ไหมเงินนั้น จะหนักไปทางเงินๆ ทองๆ มากกว่าอำนาจ

3. ไหมนาค Pink Rutilated Quartz ให้คุณเช่นเดียวกับไหมทอง และช่วยหนุนในด้านเมตตา และเด่นในเรื่องการเยียวยารักษาสุขภาพ การปกป้องคุ้มครองเจ้าของ

4. ไหมดำ Black Rutilated Quartz ทำให้ผู้ครอบครองเกิดความเจริญ รอดพ้นภัยพิบัติ อีกทั้งป้องกันคุณไสย ภูตผีปีศาจต่างๆ อย่างดีเยี่ยม เสมือนเป็นเครื่องรางของขลัง

5. ไหมเขียว Green Rutilated Quartz ปกป้องคุ้มครองเจ้าของให้พ้นภัย ขจัดความเครียด ทำให้ใจสงบ ส่งเสริมให้เจ้าของสามารถรับรู้จิตใจและอารมณ์ที่แท้จริงของตัวเอง ลดส่วนเกินในจิตใจให้เกิดความสมดุล ช่วยขจัดความชั่วร้าย เสริมความสุข

นี่เป็นเพียงบางส่วนของหินมงคล หินนำโชค ซึ่งยังมีแบบอื่นๆ อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล

การทำกระยาสารท

กระยาสารทการทำกระยาสารท ในอดีต หรือในบางท้องถิ่นในปัจจุบัน จะทำกันเองทุกบ้านหรือในกลุ่มเครือญาติเดียวกัน ซึ่งเป็นงานหนักที่ต้องใช้แรงงานในการเตรียมส่วนผสม การกวน และการบดอัด ดังนั้นก่อนวันสารท 1 วัน กลุ่มญาติพี่น้องจะมาร่วมกันทำกระยาสารทที่บ้าน บางท้องถิ่นอาจทำกันที่วัดประจำชุมชน

ส่วนผสมของกระยาสารท ได้แก่ ข้าวเม่า ถั่วลิสง งา ข้าวตอก นำไปคั่วให้สุกพอดี สำหรับข้าวตอกนั้นได้มาจากการคั่วข้าวเปลือกเจ้า ให้เปลือกแตกออก ส่วนถั่วลิสงเมื่อคั่วสุกแล้ว ต้องกะเทาะเปลือกออกให้หมด และคลึงถั่วให้แตกเป็นซีกๆ

การทำกระยาสารท นำน้ำอ้อยใส่ลงในกระทะตั้งไฟ ตามกะทิ และอาจเติมน้ำมะนาวสดลงไปเพื่อเจือจางสีน้ำอ้อยให้มีสีเหลืองนวล เคี่ยวนานราว 2 ชั่วโมงจนเหนียวได้ที่ จากนั้นใส่ถั่วลิสงก่อนเพราะสุกยากกว่าส่วนผสมอื่นๆ ตามด้วยข้าวเม่า ข้าวตอก และงา ใช้ไม้พายกวนให้เข้ากัน โดยใช้ไฟอ่อนมาก เคี่ยวจนเกือบแห้งสังเกตดูส่วนผสมทุกอย่างเกาะติดกันจนเหนียวได้ที่ จึงยกลงจากเตา นำไปเทใส่แม่พิมพ์ซึ่งเป็นกระบะขนาดกว้างประมาณ 20-30 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-6 เมตร ใช้ลูกกลิ้งไม้ผิวเรียบกลิ้งอัดด้วยแรงเพื่อให้กระยาสารทเกาะติดกันจนแน่น จากนั้นใช้ไม้บรรทัดทาบแล้วกรีดตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ หรืออาจทำให้กรอบเป็นก้อนๆ ก็ได้

กระยาสารทในปัจจุบัน ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ย่อมส่งผลให้ความพิถีพิถันในการทำอาหารเปลี่ยนแปลงไปด้วย กระยาสารทก็เช่นกัน ปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ง่าย และผู้ผลิตน้อยรายที่จะใส่ใจขั้นตอนอันละเมียดละไมในการผลิต หากกวนไม่ดีกระยาสารทจะร่วน ไม่เหนียว หรือมีการใส่แบะแซเพื่อให้เหนียวเร็วขึ้น แต่จะทำให้กระยาสารทที่ได้แข็งเกินไป บางครั้งใส่นมและเนยลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความหอมมัน ส่วนน้ำอ้อยซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญ ในปัจจุบันหาได้ยาก เพราะน้ำอ้อยแท้มีต้นทุนสูงมาก บางแห่งจึงผสมน้ำตาลปี๊บลงไป ซึ่งจะทำให้กระยาสารทหวานจัดและไม่หอมเท่าที่ควร

ที่มา : วารสารวัฒนธรรม ปีที่ 53 ฉบับที่ 4 , ตุลาคม – ธันวาคม 2557

ต้นจากสารพัดประโยชน์

จากจาก เป็นพืชที่คนไทยรู้จักมานาน และส่วนต่างๆ ของต้นจากนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย ตั้งแต่ ดอก ผล จนถึงใบ ในส่วนของดอก นำมาทำแกงหรือกินกับน้ำพริก ส่วนก้านช่อดอก ปาดเอาน้ำหวานมาทำเป็นน้ำตาล หมักเป็นน้ำตาลเมา และน้ำส้มสายชู และยังสามารถนำมาทุบเป็นแซ่ปัดยุงได้อีกด้วย สำหรับกลีบดอกนั้นนำไปเป็นส่วนผสมของชาสมุนไพรได้ ผลจาก มีเนื้อในเมล็ดเป็นเยื่อสีขาว ใส นุ่ม มีรสหวาน นิยมรับประทานเป็นของหวาน เรียก “ลูกจาก” ผลแก่ที่งอกจะมีจาวอยู่ข้างใน นำมารับประทานได้เช่นเดียวกับจาวตาล หรือจาวมะพร้าว พอนจาก ใช้ทำเชื้อเพลิง ส่วนใบนั้น หากเป็นใบจากอ่อนใช้สำหรับห่อขนม สานทำที่ตักน้ำ เรียก “หมาจาก” ทำตอกบิดเสวียนหม้อ และใบจากอ่อนตากแห้งใช้มวนยาสูบ ใบจาก ใช้ทำหมวกที่เรียก “เปี้ยว” ใช้ห่อ “ขนมจาก” ซึ่งเป็นขนมที่ทำจากแป้ง น้ำตาล และมะพร้าว ผสมกัน แล้วนำมาห่อด้วยใบจาก ปิ้งบนไฟจนสุกมีกลิ่นหอม คุณค่าทางสมุนไพร ใบจากใช้ต้มน้ำดื่มแก้อาการท้องร่วงได้ และประโยชน์ที่ยอดเยี่ยมของจากอีกสิ่งหนึ่งก็คือ ใบจากใช้ทำวัสดุมุงหลังคาได้อย่างวิเศษ

“ตับจาก” เนื่องจากใบจากมีลักษณะคล้ายใบมะพร้าว แต่มีความเหนียวและกว้างกว่า ประชาชนนิยมนำใบจากมาเย็บเป็นตับเพื่อใช้มุงหลังคาบ้าน เรียกว่า “ตับจาก” กันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะใช้งานไปนานใบจากกรอบ เปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล กระทั่งเกือบเป็นสีดำ แต่ก็ยังคงกันฝนและแดดได้ จนกว่าจะแห้งกรอบและผุไป

ที่มา : วารสารวัฒนธรรม ปีที่ 53 ฉบับที่ 4 , ตุลาคม – ธันวาคม 2557

การเล่นโมงครุ่มการละเล่นของไทย

การเล่นโมงครุ่มการเล่นโมงครุ่ม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอีหลัดถัดทา  ในเอกสารโบราณเรียกว่า “หม่งครุ่ม โหม่งครุ่ม มงครุ่ม” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2556 ใช้ว่า “โมงครุ่ม” อธิบายว่า การมหรสพอย่างหนึ่งที่แสดงในงานราชพิธีมงคลสมโภช เช่น พระราชพิธีโสกันต์ พระราชพิธีนี้ใช้แก่พระองค์เจ้าขึ้นไป

การแต่งกายของผู้แสดงโมงครุ่ม คล้ายกับระเบง และกุลาตีไม้ คือ สวมชุดเข้มขาบ ซึ่งเป็นผ้าที่ทอรวมกับทองแล่ง สวมสนับเพลา คาดผ้าที่เอว สวมเทริด นักแสดงมือถือไม้กำพด ลักษณะอย่างตระบองขนาดสั้น 2 อัน ส่วนล่างทำเป็นด้ามสำหรับถือ ผู้แสดงถือไม้กำพดข้างละมือ

การเล่นโมงครุ่ม แบ่งผู้แสดงออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน กลุ่มหนึ่งมีกลองโมงครุ่ม 1 ลูก ผู้แสดงยืนใกล้กับกลองข้างละ 2 คน กลองโมงครุ่มนี้เป็นกลองขึ้นหนังสองหน้า มีรูปทรงอย่างเดียวกับกลองทัด วางบนฐานตั้งตรงกลาง ด้านหน้ามีผู้เล่น 1 คน ยืนตีโหม่งบอกท่าทางให้ผู้เล่นทำตาม ผู้ตีโหม่งตีให้สัญญาณ เมื่อผู้เล่นเข้าประจำที่แล้วคนตีจึงตีโหม่งพร้อมร้องว่า “อีหลัดถัดทา” จากนั้นตีโหม่งอีก 2 ที เพื่อบอกท่าทางต่างๆ ผู้เล่นแสดงท่าทางยักเอว ซ้ายทีหนึ่ง ขวาทีหนึ่ง พร้อมร้องว่า “ถัดถัดท่า ถัดท่าท่าถัด” จนกว่าคนตีโหม่งตีให้สัญญาณเปลี่ยนท่า โดยผู้ตีโหม่งตีรัวสัญญาณ ผู้เล่นหยุดยืนอยู่กับที่ด้วยวิธีร้องบอกว่า “โมงครุ่ม” ตีโหม่ง 2 ที เสียงดัง “มง ๆ” ผู้แสดงใช้ไม้กำพดตีที่หน้ากลอง ซ้ายที ขวาที ให้ดัง “ครุ่มๆ” ผู้ตีโหม่งตีรัวสัญญาณให้ผู้แสดงหยุด แล้วบอกท่าใหม่

ท่าที่เล่นมีหลายท่า เช่น ท่าบัวตูม ท่าบัวบาน ท่ามังกรฟาดหาง พระจันทร์ทรงกลด ท่าเทพนม ท่าช้างประสานงา ท่าเมขลาล่อแก้ว ท่ารามสูรขว้างขวาน ท่าหนุมานถวายแหวน ท่าพระอินทร์เป่าสังข์ ฯลฯ

ที่มา : วารสารวัฒนธรรม ปีที่ 53 ฉบับที่ 4 , ตุลาคม – ธันวาคม 2557

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิจากภูมิปัญญาและเทคโนโลยี

riceตลาดการค้าข้าวในปัจจุบันนับว่ามีการแข่งขันที่สูงมาก ประเทศส่งออกข้าวยักษ์ใหญ่อย่างประเทศไทย จีน เวียดนาม ต่างพัฒนาคุณภาพข้าว คุณค่าทางโภชนาการการแปรรูปผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์  ตลอดจนการรักษารากฐานภูมิปัญญาที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นในการเพาะปลูกข้าวเอาไว้ด้วย ดังนั้นเราจึงพบว่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับข้าวได้มีการพัฒนารูปแบบไปอย่างรวดเร็ว มีการบ่งชี้ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ที่บอกถึงวัฒนธรรมและวิถีการผลิตและรายละเอียดของผู้ที่ทำการผลิตเอาไว้ในบรรจุภัณฑ์ ที่สำคัญก็คือมีการพัฒนาการผลิตเพื่อประโยชน์ในการแข่งขันอย่างชัดเจน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาตรฐานสำคัญที่เกี่ยวกับการผลิตข้าวหอมมะลิ และข้าวอื่นๆ ของไทยในปัจจุบัน มีทั้งมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงมาตรฐานระหว่างประเทศ โดยมากมุ่งเน้นกำหนดกฎเกณฑ์การผลิตข้าวเพื่อส่งออกโดยตรง

ปัจจุบันการแปรรูปข้าวหอมมะลิในระบบอุตสาหกรรม ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ได้แก่

ข้าวกึ่งสำเร็จรูป (Quick cooking rice or instant rice) ผลิตภัณฑ์ข้าวกึ่งสำเร็จรูปมีหลายรูปแบบ ปัจจุบันกำลังกลายเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยพบว่ามีการขยายตัวทั้งในตลาดในประเทศและตลาดส่งออก

ข้าวพร้อมรับประทานบรรจุในบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ ข้าวกระป๋อง เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่สามารถเก็บรักษาได้นาน เช่นเดียวกับอาหารกระป๋องโดยทั่วไป

ข้าวเสริมโภชนาการหรือข้าวอนามัย (Enriched rice) เป็นข้าวที่มีการเสริมวิตามินหรือแร่ธาตุลงไปในข้าว

ข้าวกล้องงอกกาบา (Gaba rice) ข้าวกล้องงอกกาบา เป็นการนำข้าวกล้องมาผ่านกระบวนการงอก ทำให้ช่วยเพิ่มปริมาณสารกาบาในข้าวกล้อง สารกาบาจะช่วยบำรุงเซลล์ประสาท

ที่มา : วารสารวัฒนธรรม ปีที่ 53 ฉบับที่ 4 , ตุลาคม – ธันวาคม 2557