ตัวชี้วัดคุณภาพน้ำ

1. ค่าพีเอช (pH) หรือค่าความเป็นกรด-ด่าง ค่าพีเอชจะมีค่าอยู่ในช่วง 0-14 ค่าพีเอชมากกว่า 7 หมายถึงมีสภาพเป็นด่าง ค่าพีเอชน้อยกว่า 7 หมายถึงมีสภาพเป็นกรด สำหรับค่าพีเอชในน้ำทิ้งที่เหมาะสม ควรอยู่ในช่วง 5-9 จึงจะไม่มีผลกระทบและเป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในน้ำและการนำไปใช้ประโยชน์ 2. อุณหภูมิ น้ำเสียที่เป็นน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนถ้าถูกปล่อยออกมาเป็นจำนวนมากจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำได้ เช่น น้ำหล่อเย็นจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือโรงไฟฟ้า 3. สีและความขุ่น จะขัดขวางการสังเคราะห์แสงของพืชน้ำและ แพลงตอนพืชในน้ำได้ 4. ของแข็ง ทั้งของแข็งแขวนลอย ตะกอนจมตัวได้ ของแข็งละลายน้ำ จะทำให้เกิดสภาพไร้ออกซิเจนในท้องน้ำ และแหล่งน้ำตื้นเขินได้ 5. สารแขวนลอย ทั้งอินทรีย์วัตถุและอนินทรีย์วัตถุ จะปิดกั้นแสงอาทิตย์ไม่ให้ส่องถึงสิ่งมีชีวิตในน้ำที่มีสีเขียว ทำให้มีผลกระทบต่อนิเวศวิทยาของสิ่งแวดล้อม 6. สารอินทรีย์ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ซึ่งสามารถย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจน ทำให้ระดับการใช้ออกซิเจนละลาย(DO) ลดลง จนเกิดสภาพเน่าเสีย สามารถวัดได้ในรูป บีโอดี (BOD) 7. สารอนินทรีย์ ได้แก่ กรด ด่าง…

เคล็ดลับการประหยัดน้ำมัน

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทุกวันๆ กลายเป็นปัญหาระดับโลก จนมีหลายๆเสียงบ่นว่า “มีเงินซื้อรถ แต่ไม่มีเงินเติมน้ำมัน” นอกจากเรื่องราคาแล้ว การเผาไหม้น้ำมันยังก่อให้เกิดปัญหา “ภาวะโลกร้อน” อีกด้วย แต่น้ำมันก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ที่สำคัญ น้ำมันเป็นพลังงานที่เชื่อกันว่า ใช้แล้วหมดไป “อีก 50 ปีข้างหน้าโลกนี้ไม่มีน้ำมัน แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร” ทำให้เกือบทุกประเทศในโลก ต่างก็พยายามหาแนวทางและมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ไม่ว่าจะเป็น การรณรงค์การประหยัดน้ำมัน, การสร้างระบบขนส่งมวลชนให้ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการ, การหาแหล่งพลังงานทแทน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน เคล็ดลับการประหยัดน้ำมัน 1. หลีกเลี่ยงการใช้รถโดยไม่จำเป็น – ใช้การติดต่อสื่อสารผ่านทางช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์, อีเมลล์, วีดีโอคอนเฟอเรนท์ หรืออื่นๆ แทนการขับรถไปหา – เดินทางในระยะใกล้ก็ใช้จักรยาน นอกจากจะเป็นการช่วยประหยัดน้ำมันแล้วยังได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย – จอดรถแล้วต่อด้วยรถขนส่งมวลชนหรือรถสาธารณะ 2. เตรียมความพร้อมก่อนขับ – สภาพเครื่องยนต์ควรได้รับการตรวจเช็คอย่างน้อย ปีละ  2 ครั้ง – เมื่อใช้งานรถได้ระยะทาง ทุกๆ 2,500 กม. ควรเป่าใส้กรอง และ เมื่อครบ…

ไม่กล้าไปหาหมอ

ครูเดินผ่านมาเห็น ด.ช. เหน่ง นั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องเรียน จึงเข้าไปถามว่า ครู  :  ด.ช. เหน่ง เธอเป็นอะไร มานั่งร้องไห้ทำไมล่ะ ด.ช. เหน่ง  :  ผมเจ็บตาครับครู ครู  :  เจ็บตา แล้วทำไมไม่ไปหาหมอล่ะ ด.ช. เหน่ง  :  ผมไม่กล้าครับครู ก็เมื่อวันก่อนนี้ น้องชายผมเจ็บฟัน และไปหาหมอ หมอเค้าถอนฟันซี่นั้นทิ้งไปเลยครับ ครู

การแผ่เมตตา

การแผ่เมตตา คือ การวางจิตใจ อารมณ์ ให้มีแต่ความรักและความปรารถนาดีต่อบุคคลอื่นทั้งเพื่อนมนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย การกล่าวแผ่เมตตาควรกล่าวให้แก่ตนเองก่อน ให้ชีวิตมีสุข ร่างกายแข็งแรง แล้วจึงตามด้วย สัมมาอาชีพของตนเอง ให้กิจการเจริญรุ่งเรือง หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า และวจึงตามด้วย ผู้มีพระคุณ ก็ไม่แก่ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ ครู อาจารย์ วิญญาณ และ สรรพสัตว์ต่างๆ ก็คือ การเริ่มแผ่จากตัวเราออกไปหาคนใกล้ตัวและไกลตัวออกไปเรื่อยๆ การแผ่เมตตานั้นถ้าจิตใจยิ่งบริสุทธิ์เท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้ศัตรูทั้งหลายกลับกลายเป็นมิตร เจ้ากรรมนายเวรที่ได้รับกระแสจิตนี้ก็จะอโหสิกรรมให้ เราก็จะได้ความเมตตาเป็นเครื่องคุ้มครองชีวิตให้เจริญก้าวหน้าต่อไป การแผ่เมตตานี้จะต้องทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ถ้าเรายังโกรธเคืองบุคคลที่เราแผ่เมตตาให้นั้น ก็จะไม่มีประโยชน์อันใด ดังนั้นจึงต้องทำใจให้เป็น อโหสิกรรมก่อน บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข นิททุกโข โหมิ ปราศจากความทุกข์ อะเวโร โหมิ ปราศจากเวร อัพยาปัชโฌ โหมิ ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง อะนีโฆ โหมิ ปราศจากความทุกข์กาย ทุกข์ใจ สุขี อัตตานัง…