คุณประโยชน์ของถั่วเปลือกแข็ง

ถั่วเปลือกแข็งทั้งหลายอุดมไปด้วยวิตามินบีคอมเพล็กซ์ วิตามินอี โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง โดยเฉพาะวอลนัทที่ถูกยกให้เป็นถั่วไฮไลท์ เพราะอุดมไปด้วยกรดไขมันที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดโอกาสเป็นโรคหัวใจ รองลงมาคืออัลมอนด์และฮาเซลนัท ชาวมังสวิรัตินิยมกินถั่วเปลือกแข็ง เพราะนับเป็นแหล่งสารอาหารที่ดี กินได้ทุกวัน แต่ไม่ควรเกินวันละ 1 กำมือ เพราะสิ่งที่ได้แถมควบคู่กับไขมันดีก็คือปริมาณแคลอรี่ที่มากตามไปด้วย

ถั่วที่จัดว่าเป็นถั่วเปลือกแข็ง

นัท (Nut) หรือถั่วเปลือกแข็ง มีเปลือกที่แข็งมาก ต้องกะเทาะเปลือกออกก่อนจึงจะได้กินเม็ดถั่วอันโอชาที่ซ่อนอยู่ข้างใน ซึ่งส่วนมากต้องนำเข้าจากเมืองนอก

ถั่วลิสง (Peanuts) ถั่วยอดนิยม ที่นักวิจัยจัดว่าเป็นถั่วที่ไม่ถือเป็นนัท แต่ถ้าว่ากันตามชื่อก็ยังได้ชื่อว่า “พีนัท” และไม่ว่าจะจัดเป็นพวกไหน ถั่วลิสงก็ยังครองแชมป์ถั่วเปลือกแข็งยอดฮิตอันดับหนึ่งของโลกอยู่ดี เพราะ ปลูกง่าย กระจายอยู่ทั่วโลก และราคาถูก ในถั่วลิสงมีไขมันไม่อิ่มตัวสูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ดีมาก

ถั่วอัลมอนด์ (Almonds) ถั่วนี้มีอยู่สองชนิด คือ ชนิดหวาน ที่มีทั้งแบบคั่วสุกไว้กินเล่นเข้ารสกันได้ดีกับช็อกโกแลต หรือแบบดิบที่ทำขนมได้หลากหลายเมนู และใช้ตกแต่งหน้าขนม ส่วนอีกชนิดคือ บิตเตอร์อัลมอนด์ ที่นำมาสกัดเป็นกลิ่น หรือน้ำมันเท่านั้น ไม่นิยมนำมากินเล่น ถั่วอัลมอนด์ไม่เพียงอร่อยล้ำ แต่ยังดีต่อสุขภาพด้วย มีแคลเซียมเท่ากับนมสด และมีไฟเบอร์สูงที่สุดในจำพวกนัททั้งหลาย แต่ต้องขอเตือนว่า ห้ามกินอัลมอนด์ดิบเป็นอันขาด เพราะมีกรดไซยาไนด์ หรือสารพิษเจือปนอยู่ด้วย

ถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashew Nuts) “หอม หวาน เคี้ยวเพลิน” น่าจะเป็นคำนิยามที่ดีสำหรับถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วทางเลือกที่ดีและสบายกระเป๋าของนักนิยมกินถั่ว เพียงกินเม็ดมะม่วงหิมพานต์วันละนิดก็ได้ทั้งแมกนีเซียม ทองแดงฟอสฟอรัส และเหล็กอย่างครบถ้วนแล้ว แต่น่าเสียดายอยู่นิดตรงที่มีไขมันอิ่มตัวมากจนต้องระมัดระวังในการกิน

ถั่วแมคาเดเมีย (Macadamia Nuts) ถั่วชนิดนี้ถือว่าเป็นถั่วที่มีราคาสูงและรสชาติอร่อยที่สุดในโลก แหล่งเพาะปลูกใหญ่อยู่ที่ฮาวาย ถั่วแมคาเดเมียอุดมไปด้วยไขมันทั้งชนิดอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว ซึ่งชนิดไม่อิ่มตัวที่มีมากนั้นช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในร่างกายได้ดี และยังมีโปรตีนและวิตามินหลากหลายชนิด ถ้ากินแมคาเดเมียคู่กับมะพร้าว ช็อกโกแลต และเนื้อปลา จะเข้ารสกันดีมาก

ถั่ววอลนัท (Walnuts) ถั่วนี้มีลายเหมือนสมอง และมีกลิ่นเฉพาะตัวรุนแรงกว่าถั่วชนิดอื่น แต่วอลนัทเป็นถั่วพิทักษ์หัวใจด้วยเหตุที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 มีงานวิจัยว่า ควรกินวอลนัทวันละ 1 กำมือเพื่อสุขภาพหัวใจ แถมยังกินเพื่อควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย รสชาติของวอลนัทจะติดรสหวานปนขมนิดๆ เหมาะทำเค้กและคุกกี้ แต่ก็นิยมนำมาทำสลัดหรือซอสด้วยเช่นกัน

ถั่วพิสตาชิโอ (Pistachio Nuts) นอกจากจะอร่อยแล้ว หน้าตายังสวยแปลกดีด้วย เม็ดถั่วมีสีเขียวซีดๆ แต่ผิวหุ้ม (skin) กลับเป็นสีแดงอมม่วงอ่อนๆ เปลือกนอกอ่อนแกะง่าย กลิ่นรสคู่ควรกับการทำเป็นขนมอย่างยิ่ง หรือแม้แต่ไอศกรีมก็อร่อยเข้าขั้น  แต่ถ้าติดใจจะซื้อชนิดคั่วเกลือมากินเล่นก็มีขายอยู่ทั่วไป

ถั่วพีแคน (Pecan Nuts) ถั่วพื้นเมืองของคนอเมริกันที่มีรสหวานและกลิ่นหอมละมุนๆ ฝรั่งนิยมใช้ทำพาย กินเล่นก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ควรระวัง เพราะถั่วพีแคนมีไขมันสูงที่สุดในบรรดาเพื่อนถั่วทั้งหลาย แถมยังให้พลังงานอีกต่างหาก

ถั่วฮาเซลนัท (Hazel Nuts) มีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ก่อนวัยอันควร และยังช่วยควบคุมการผลิตเม็ดลือดขาว และเม็ดเลือดแดงได้ ส่วนมากไม่ค่อบพบฮาเซลนัทในอาหาร มักเจอในเบเกอรี่มากกว่า ด้วยรสชาติที่หวานกว่านั่นเอง

ถั่วเม็ดสน (Pine Nuts) สุดท้ายกับไพน์นัทที่น่าจะเรียกว่าไพน์สีด (seed) มากกว่า เพราะมีขนาดเล็กพอๆกับเมล็ดดอกทานตะวัน มีความมันและกลิ่นหอมไม่ซ้ำใคร คนมักคุ้นกับไพน์นัทในฐานะส่วนผสมสำคัญของเพสโตซอส และอิตาลีแต่จริงๆ แล้วยังใช้มากในอาหารและขนหวานของชาวตะวันออกกลาง และเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วย