การคุมกำเนิดโดยวิธีใส่ห่วงอนามัย (Intra-Uterine-IUD)

ห่วงอนามัย เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ใส่ในโพลงมดลูกเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์เป็นวิธีคุมกำเนิดที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง ราคาถูก ใช้ได้นาน อาการข้างเคียงน้อย ไม่มีผลต่อการหลั่งน้ำนม สามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติเมื่อเลิกใช้แล้ว

ห่วงอนามัยที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในโครงการวางแผนครอบครัวปัจจุบัน คือ

1.       ห่วงอนามัยชนิด Multiload รูปร่างคล้ายร่มทำด้วยพลาสติก (Polyethylene) ไม่อาบแบเรียมจึงถ่ายภาพรังสีไม่ได้ มีอายุการใช้งาน 5 ปี

2.       ห่วงอนามัย TCU 380A รูปร่างเป็นตัว T ทำด้วยพลาสติก (Polyethylene) ผสม Barium sulfate เพื่อใช้ถ่ายภาพรังสีได้ ที่ก้านตัว T พันด้วยหลอด ทองแดง อายุการใช้งานอย่างน้อย 6-10 ปี

กลไกการป้องกันการตั้งครรภ์

ปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกการป้องกันการตั้งครรภ์ที่แท้จริง พบว่าห่วงอนามัยไม่มีผลต่อการหลั่งของฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า และไม่มีผลต่อรังไข่หรือการควบคุมประจำเดือน กลไกการป้องกันการตั้งครรภ์อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่างรวมกัน ดังนี้

1.       ห่วงอนามัยอาจทำให้ไข่ที่ผสมแล้วไม่สามารถฝังตัวได้เพราะทำให้เกิดสภาพที่ไม่เหมาะสมขึ้นที่เยื่อบุมดลูกหรือผนังมดลูก

2.       ทำให้ไข่เดินทางผ่านท่อรังไข่ไปเร็วกว่าปกติ และไข่ที่ผสมแล้วยังไม่พร้อมที่จะฝังตัวเมื่อผ่านไปถึงโพลงมดลูก

3.       การเปลี่ยนแปลงในโพรงมดลูกทำให้ขีดความสามารถของตัวอสุจิลดลง ทำให้อสุจิไม่สามารถผ่านไปผสมกับไข่ได้

อาการข้างเคียง

1.       มีเลือดออกผิดปกติ อาจมีเลือดออก 2-3 วันหลังการใส่ห่วง ซึ่งจะหยุดไปเองแต่บางรายพบว่าระยะ 2-3 เดือนแรกอาจมีเลือดออกกระปริดกระปรอย (spotting) นอกเวลาประจำเดือน หรืออาจมีประจำเดือนออกมากกว่าปกติได้

2.       อาจมีอาการปวดท้องน้อย อาจปวดทันทีหลังใส่ห่วง เนื่องจากการบีบรัดตัวของมดลูกบางรายพบว่าการปวดท้องหรือปวดประจำเดือนเพิ่มขึ้นในระยะ 2-3 เดือนแรกหลังใส่ห่วง

3.       อาการตกขาว หลังใส่ห่วงอาจมีตกขาวออกมากขึ้น แล้วจะค่อยๆกลับเป็นปกติหลังจาก 3 เดือนไปแล้ว

อาการที่กล่าวมานี้เกิดขึ้นเนื่องจากมดลูกยังไม่ชินกับห่วงเมื่อมดลูกปรับตัวเองให้เข้ากับห่วงได้ดีแล้วอาการต่างๆก็จะหายไป

ระยะเวลาที่เหมาะในการใส่ห่วงอนามัย

1.       ผู้ที่มีประจำเดือนตามปกติควรไปพบแพทย์ภายใน 7 วันแรกของรอบเดือน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการตั้งครรภ์ในขณะใส่ห่วง หรือถ้าไม่สามารถพบแพทย์ได้ก็ควรงดการอยู่ร่วมกัน หรือคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นก่อนจนกว่าจะไปพบแพทย์ได้

2.       ภายหลังการคลอดหรือแท้งบุตร ควรใส่ห่วงคุมกำเนิดเมื่อคลอดหรือแท้งแล้วเป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ เพราะมดลูกคืนสู่สภาวะปกติแล้ว ในโรงพยาบาลใหญ่ๆหลายแห่งมีบริการใส่ห่วงให้แก่หญิงคลอดภายใน 48 ชั่วโมง

ข้อห้ามของการใส่ห่วงอนามัย

1.       การอักเสบของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เนื่องจากการใส่ห่วงอนามัยจะทำให้การอักเสบมีอาการรุนแรง

2.       เคยมีประวัติการอักเสบของอวัยวะในอุ้งเชิงกรานมากกว่า 1 ครั้ง ซึ่งแสดงว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงต่อการอักเสบองอวัยวะในอุ้งเชิงกราน

3.       ตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าจะตั้งครรภ์

4.       เลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก หรือมีเลือดประจำเดือนออกมาก ออกนาน ต้องหาสาเหตุและรักษาให้หายเสียก่อน

5.       ตรวจพบเป็นมะเร็งของระบบสืบพันธุ์ ต้องรีบดูแลรักษาและอธิบายให้ผู้บริการเข้าใจ